http://ebooks.in.th/heretic/

Homepage > เรื่องเด่น ต่วย'ตูน พิเศษ > Hounen Matsuri กับลัทธิบูชาองคชาติ
 

 

ก่อนพระพุทธศาสนาจะเข้ามาสู่ญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ประกอบพิธีกรรมบูชาเทพเจ้าเพื่อความอุดมสมบูรณ์ในการเพาะปลูกเป็นหลัก เป็นพิธีกรรมความเชื่อที่มาจากการบูชาธรรมชาติของบรรพชน ต่อมาในสมัยยามาโตะ (ค.ศ. 250-ค.ศ.538) พิธีกรรมความเชื่อเหล่านี้จึงได้พัฒนามาเป็นศาสนาชินโต ซึ่งมีลักษณะสำคัญคือความเชื่อในวิญญาณหรือคามิ (Kami) ที่สิงสถิตอยู่ทั่วไปในโลกทั้งในสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตรวมทั้งการบูชาเทพเจ้าต่างๆที่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับชาวญี่ปุ่นผู้นับถือศรัทธาเรื่อยมา หนึ่งในพิธีกรรมเพื่อความอุดมสมบูรณ์ที่น่าสนใจและโด่งดังไปทั่วโลกคือ เทศกาล Hounen Matsuri หรือ Penis Festival  

           

            Hōnen Matsuri (豊年祭,)คือ เทศกาลแห่งการเก็บเกี่ยว เป็นงานเทศกาลเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของชาวญี่ปุ่นที่จัดขึ้นทุกวันที่ 15 มีนาคมของทุกปีในช่วงแรกเริ่มฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นเทศกาลที่โด่งดังที่สุดของเมืองโคมากิ(Komaki)ทางตอนเหนือของนาโกยา(Nagoya) ประเทสญี่ปุ่น โดยพิธีการสำคัญที่สุดจะอยู่ที่การแห่องคชาติไม้ขนาดใหญ่(น้ำหนัก 280 กิโลกรัม ยาวประมาณ 2.5 เมตร) จากศาลเจ้า Shinmei Sha ไปสู่ศาลเจ้า Tagata Jinja ซึ่งในขบวนแห่นี้จะมีนักบวชชินโตร้องรำทำเพลงไปตลอดทาง

            ย้อนไปถึงที่มาของเทศกาลนี้ จากงานของ ดร.เกนชิ คาโตะ ผู้ริเริ่มการศึกษาลัทธิบูชาองคชาติในเอกสารโบราณของญี่ปุ่น ในหนังสือ Kogoshui (A.D.807) กล่าวถึงความโกรธของเทพ Mitoshi no Kami (เทพแห่งข้าว) ได้ส่งฝูงตั๊กแตนมาทำลายพืชผลให้เสียหาย ผู้คนจึงได้ทำสัญลักษณ์รูปอวัยวะเพศชายถวายในความหมายเพื่อความพอใจของเทพเจ้า ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเกษตรกรญี่ปุ่นจึงถือเป็นประเพณีที่ต้องปฏิบัติสืบต่อกันมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปี สำหรับรูปจำลองอวัยวะเพศชายจะทำจากไม้แกะสลักเป็นอวัยวะเพศขนาดใหญ่ เพื่อเป็นหลักประกันว่าพวกเขาจะได้ผลผลิตที่ดีในฤดูเก็บเกี่ยว กระทั่งปัจจุบัน ในพิธีเก็บเกี่ยวประจำปีของศาลเจ้า Hachiman ที่เมือง Ni-ike ในจังหวัด Mikawa และที่ศาลเจ้า Warei ที่เมือง Uwajima ในจังหวัด Iyo สัญลักษณ์อวัยวะเพศยังคงเป็นส่วนประกอบที่จำเป็นในพิธีดังกล่าว(รวมถึงพิธีในเทศกาลเก็บเกี่ยวที่เมืองโคมากิ)

            นอกจากอวัยวะเพศจะเป็นของศักดิ์สิทธิ์ในหมู่เกษตรกรแล้ว ช่วงหนึ่งในสมัยเอโดะ(Edo period of Japan : 1603-1867) ในหมู่โสเพณีมักจะอธิษฐานต่อองคชาติศักดิ์สิทธิ์ให้มีรายได้ดีและไม่ติดโรคซิฟิลิส ดร.คาโตะ ยังบอกว่า ในช่วงหนึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นก็เคยมีความพยายามที่จะยับยั้งพิธีอันน่ารังเกียจในการบูชาองคชาติเหล่านี้ แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะผู้คน(โดยเฉพาะเกษตรกร)ผูกพันกับความเชื่อนี้เป็นอย่างมากและยังคงสืบทอดต่อๆกันมา กระทั่งปัจจุบันมีทั้งเกษตรกรบูชา(เป็นหลัก) คู่รักที่มีปัญหา รวมถึงครอบครัวที่ไม่มีบุตรก็จะนำองคชาติศักดิ์สิทธิ์ไปแช่น้ำโดยให้หญิงที่ต้องการท้องทำความสะอาดแล้วขึ้นขี่ หรือสั่นกระดิ่งรูปองคชาติในวัดชินโตก็เป็นความเชื่อว่าจะทำให้มีบุตรได้

            ปัจจุบันเทศกาล Hounen Matsuri หรือ Penis Festival เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติย่อมตื่นตาตื่นใจกับความแปลกของพิธีนี้ และแม้อาจไม่เข้าใจแก่นแท้ของพิธีนี้ แต่นักท่องเที่ยวก็ยังสามารถร่วมสนุกไปกับพิธีแห่องคชาติได้ นอกจากนี้ของที่ระลึกในงานไม่ว่าจะเป็นของตกแต่งหรือขนมขบเคี้ยวก็ล้วนแล้วแต่เป็นรูปทรงแบบองคชาติทั้งสิ้น ซึ่งปรากฏการณ์เหล่านี้ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมญี่ปุ่นปัจจุบันอย่างแยกไม่ออก

 

 

ลัทธิบูชาองคชาติ (Phallic Worship)

            นักมานุษยวิทยาเคยตั้งทฤษฎีเกี่ยวกับแนวคิดการบูชาอวัยวะเพศไว้ว่า เกิดจากการที่มนุษย์ในอดีตได้สังเกตธรรมชาติของฟ้าและดิน คือในเวลาที่ฟ้าส่งอะไรบางอย่างลงมาบนดิน เช่น ฝน หรือแสงแดด เป็นต้น ผืนดินก็จะมีพืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์ ออกดอกออกผล เมื่อเทียบกับก่อนที่จะให้กำเนิดมนุษย์ ขณะมีเพศสัมพันธ์อวัยวะเพศชายก็ได้ฉีดอสุจิ(Ejeculation)เข้าสู่มดลูกของเพศหญิงจากนั้นจึงตั้งท้องและมีลูกออกมาเช่นเดียวกับการที่ผืนดินมีพืชพันธุ์เติบโตให้เก็บเกี่ยว  เมื่อเห็นดังนั้นมนุษย์โบราณจึงมองว่าท้องฟ้าเป็นฝ่ายรุก(active agent)ได้แก่ เพศชาย ส่วนดิน เป็นฝ่ายรับ(passive agent)ได้แก่เพศหญิง เป็นเหตุให้เทพแห่งท้องฟ้าส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย และพระแม่ธรณีของแทบทุกวัฒนธรรมเป็นผู้หญิง เพราะมีหน้าที่อุ้มชูพืชผลนั่นเอง ดังนั้น เมื่อมนุษย์พบว่าเพศชายเป็นผู้ ทำให้เกิดชีวิตได้โดยผ่านองคชาติ จึงเกิดแนวความคิดในการบูชาองคชาติขึ้นภายใต้คติแห่งความอุดมสมบูรณ์ของชีวิตนั่นเอง  

            แนวความคิดดังกล่าวนี้ยังพบกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก เช่น ในอารยธรรมกรีกโบราณ องคชาติสลักขนาดใหญ่หน้าวิหารไดโอนิซุสผู้เป็นเทพแห่งไวน์และความอุดมสมบูรณ์ (Fertility)บนหมู่เกาะเดลอส(Delos) แสดงถึงสัญลักษณ์แทนเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์เนื่องในลัทธิบูชาองคชาติ รวมทั้งพริอาพุส(Priapus) ลูกชายของไดโอนิซุสกับอะโฟรไดต์ ได้กลายเป็นเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และเป็นเทพแห่งอวัยวะเพศชายด้วย (ตามตำนานเชื่อว่าพริอาพุสมีอวัยวะเพศขนาดมหึมาและแข็งตัวตลอดเวลา)

 

            ในเอเชีย พบความแพร่หลายของการบูชาศิวลึงค์เนื่องในศาสนาฮินดูในอินเดียที่มักจะมาคู่กับฐานโยนี ก็เป็นสัญลักษณ์แทนความอุดมสมบูรณ์เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ที่ภูฏาน ก็มีการเขียนรูปองคชาติไว้หน้าบ้าน เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของบ้านและเชื่อว่าสามารถป้องกันสิ่งชั่วร้ายได้ ในขณะที่ญี่ปุ่นเองก็มีเทศกาลแห่งความอุดมสมบูรณ์(Honen Matsuri)ที่พัฒนามาเป็น Penis Festival อันโด่งดังในปัจจุบัน

จาก ลัทธิบูชาองคชาติสู่ พิธีกรรมเพื่อความอุดมสมบูรณ์ในประเทศไทย

            นอกจากที่ญี่ปุ่นและอารยธรรมอื่นๆทั่วโลกจะมีแนวความคิดเรื่องการบูชาองคชาติเพื่อความอุดมสมบูรณ์แล้ว ในประเทศไทยเองก็พบร่องรอยของแนวคิดทางเพศที่เกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์เช่นเดียวกัน

             มีการค้นพบตุ๊กตาสำริดรูป "บุคคลเปลือย" ชูแขนสองข้าง อวดอวัยวะเพศชาย สูงราวหนึ่งฟุต จากแหล่งโบราณคดีบ้านเขาบ่อพลับ ต.ม่วงหัก อ. พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ การหล่อขึ้นจาก "สำริด" ซึ่งเป็นโลหะมีค่า อาจมีความเป็นไปได้ว่าไม่น่าจะผลิตขึ้นเพื่อเป็นแค่เพียงของเล่นธรรมดาเท่านั้น แต่คงจะถูกใช้ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมในศาสนาผีพื้นเมือง เมื่อราว 2,500-1,500 ปีที่แล้ว ก่อนที่บรรพบุรุษของคนอุษาคเนย์จะยอมรับวัฒนธรรมศาสนาพราหมณ์และพุทธจากชมพูทวีปซึ่งตรงกับยุคสมัยที่หลักฐานทางตะวันตกเรียกพื้นที่บริเวณนี้ว่า "สุวรรณภูมิ"

            ในหนังสือ พระราชพิธี 12 เดือน(ทวาทศมาส) ได้กล่าวถึง "พระราชพิธีพรุณศาสตร์" เดือนเก้า อันเป็นพิธีกรรมขอฝนอย่างพราหมณ์ และที่น่าสนใจคือในพิธีอย่างพราหมณ์(ชมพูทวีป)ที่ว่านี้ กลับมีการตั้งโต๊ะบูชา เอารูปตุ๊กตาคนเปลือยทั้งชายหญิง ปั้น "เมฆ" ขึ้นจาก "ดินเหนียว" ดังพระราชนิพนธ์ว่า

            "...ตรงหน้าสระ (ที่ขุดขึ้นเฉพาะในพระราชพิธีพรุณศาสตร์) ออกไปปั้นเป็นรูปเมฆสองรูป คือปั้นเป็นรูปบุรุษสตรีเปลือยกายแล้วทาปูนขาว"

            รวมทั้งพระยาอนุมานราชธน ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่กล่าวถึงตุ๊กตารูปบุคคลเปลือยที่พบที่อุษาคเนย์ว่า ได้สอบถามจากบรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ที่อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดต่างๆในภาคกลางมาแต่เล็ก พบว่ารูปปั้นด้วยดินเหนียวอย่างนี้มีอยู่ทุกจังหวัด ขนาดเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ยืนบ้าง นอนบ้าง แล้วแต่ผู้ปั้นสมัครใจ ปีใดถ้าแล้งจัดฝนมาล่าช้าจะพบรูปปั้นอย่างนี้อยู่ตามข้างทางเดินและหัวคันนา บางแห่งก็ปั้นหลายรูปวางเป็นระยะๆ ไป แต่ส่วนใหญ่นั้นผู้ปั้นมักจะไม่ทราบว่ารูปปั้นอย่างนี้เรียกชื่อว่าอะไร ในที่สุดจึงไปได้ความจากชาวอ่างทองผู้หนึ่งว่าเรียก "ปั้นเมฆ"

            มีข้อสังเกตหนึ่งในเรื่องลักษณะของรูปบุคคลเปลือยที่พบ เนื่องจากสร้างขึ้นด้วยวัตถุมีค่าคือ สำริด จึงน่าจะถูกนำมาใช้เป็นถาวรวัตถุในฐานะสมบัติของชุมชน ต่างจากเดิมที่น่าจะเป็นดินปั้นที่ฝนแล้งทีก็ปั้นใหม่กันทีหนึ่ง ดังนั้น ตุ๊กตาปั้นเมฆอย่างที่รู้จักกันในปัจจุบัน จึงน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับรูปบุคคลเปลือยจากบ้านเขาบ่อพลับ ในฐานะที่เป็นหลักฐานของพิธีกรรมปั้นเมฆ(ขอฝนเพื่อความอุดมสมบูรณ์)ที่เก่าแก่ที่สุดที่พบในขณะนี้

            จวบจนปัจจุบัน ตุ๊กตารูปชายหญิงเปลือยกายก็ยังพบอยู่ในท่าทางสังวาส รวมถึงรูปปั้นหรือรูปสลักอวัยวะเพศ (ที่ส่วนมากมักเป็นของเพศชาย ที่ภาคกลางเรียก "ขุนเพ็ด" หรือที่อีสานเรียกว่า "บักแบ้น") ก็ยังคงมีประกอบอยู่ในพิธีกรรมเพื่อความอุดมสมบูรณ์อยู่

            ในประเพณีบุญบั้งไฟและประเพณีผีตาโขนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย รวมทั้งประเพณีแห่นางแมวทางภาคกลาง "บักแบ้น" หรือปลัดขิกหรือ ขุนเพ็ดและตุ๊กตาเชิงสังวาส รวมถึงอากัปกิริยาสนุกสนานที่ดูทะลึ่งตึงตังต่างๆ ในกระบวนแห่ของประเพณีดังกล่าว ทั้งยังมีการร้องเซิ้งด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวกับอวัยวะเพศและเพศสัมพันธ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวความคิดและความเชื่อในความสัมพันธ์ระหว่างฟ้ากับดิน หญิงกับชาย ที่เป็นพลังก่อกำเนิดชีวิตและเป็นพลังแห่งความอุดมสมบูรณ์ ที่นำไปสู่แบบแผนประเพณีเช่นการขอฝนด้วยการใช้สัญลักษณ์ทางเพศ(อวัยวะเพศ)เป็นสื่อเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารนั่นเอง

 

สรุป

            เราพบว่าในเกือบทุกวัฒนธรรมทั่วโลกล้วนมีแนวคิดเรื่อง "เพศ" และใช้ "อวัยวะเพศ" เป็นสัญลักษณ์ของ "การก่อกำเนิด" และ "ความอุดมสมบูรณ์" ภายใต้มุมมองต่อธรรมชาติ น้ำฝนที่หยดลงมาจากฟ้าก็เหมือนกับน้ำเชื้อ(semen)ของพ่อที่ทำให้แม่ตั้งครรภ์ แล้วออกลูกหลานเป็นผลผลิตทางการเกษตรนานาชนิดให้ทุกชีวิตได้เก็บกิน

            โดยสรุปแล้ว แนวความคิดบูชาองคชาติได้สะท้อนให้เห็นถึงปรากฏการณ์ทางความเชื่อของมนุษย์ที่สัมพันธ์กับธรรมชาติแห่งการเจริญพันธุ์ และความงอกงามของชีวิต นำไปสู่แบบแผนของพิธีกรรมเพื่อความอุดมสมบูรณ์ซึ่งปรากฏอยู่แทบทุกพื้นที่ทั่วโลก โดยเฉพาะการแสดงออกในสังคมญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยโบราณกว่าพันปีผ่านเทศกาล Hounen Matsuri ที่แม้เทศกาลนี้อาจจะดูตลกในสายตาคนนอกที่มอง(เช่นเดียวกับประเพณีการแห่ขอฝนของไทย) แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า นี่คือร่องรอยของความเชื่อที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษนับพันปีสู่ลูกหลานในปัจจุบัน อันแสดงถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์กับธรรมชาติในสังคมเกษตรกรรมที่ได้ตกผลึกจนกลายมาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญชิ้นหนึ่งของมนุษย์ในที่สุด

 

Home Page : Magazine : Pocket Book : Promotion : Webboard : Contact Us : Customer Service
Copyright © 2010 Tuay Toom & P.Vatin Publication Company Limited.