http://ebooks.in.th/heretic/

Homepage > เรื่องเด่นในอดีต > ของฝาก
 


ต่วยตูนปีที่๑๐ เล่มที่๑๒  เดือนสิงหาคม ๒๕๒๔

วิลาส  มณีวัต

ของฝาก

ประกาศออกมาแน่นอนแล้วว่าวันที่๒๙ กรกฏาคม ๒๕๒๔ จะเป็นวันจัดงานอภิเษกสมรส  ระหว่างเจ้าฟ้าชายชาลส์กับเลดี้  ไออาน่า   ณ  โบสถ์เซ็นท์ปอลล์  ใจกลางพระมหานครลอนดอน

ขณะนี้ประธานาธิบดีเรแกน ลนางอินทิรา คานธี  ตลอดจนใครต่อใครที่เป็นผู้นำของนานาประเทศทั่วโลก  ก็คงประสบปัญหาต้องหมกมุ่นครุ่นคิดหนักอย่างเดียวกัน  คือจะหาอะไรทูลเกล้าฯถวายเป็นของขวัญวันอภิเษกสมรสของเจ้าฟ้าชาลส์  จึงจะงดงามและเหมาะสมกับพระอิสสริยศของพระองค์

ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเสียแล้ว

เรื่อง ของขวัญหรือของฝากนี้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล  ครั้นสมัยเมื่อคณะราชทูตไทยไปอังกฤษเมื่อร้อยยี่สิบกว่าปีมาแล้ว  โดยมีพระยามนตรีสุริยวงศ์เป็นหัวหน้าคณะ  และมีหม่อมราโชทัยร่วมไปด้วย  พอกลับมาท่านก็มาแต่ง  นิราศลอนดอน อันลือเลื่องให้เราได้อ่านกันอย่างไพเราะนั้น  คณะทูตที่ว่านั้นก็ได้อัญเชิญของฝากจากรัชกาลที่๔ไปด้วย  เพื่อทูลเกล้าถวายแด่ควีนวิคตอเรีย  หนังสือพิมพ์รายวันอังกฤษได้ลงข่าวกันเกรียวกราว  เพราะของฝากจากเจ้ากรุงสยามมีความวิจิตรพิสดารอย่างที่คนอังกฤษไม่เคยไม่เคยรู้เห็นมาก่อน  ของที่โปรดเกล้าฯให้คณะทูตนำไปถวายล้วนแต่เป็นของไทยๆ  ที่แสดงถึงศิลปวัฒนธรรมไทย  เช่น  ขันน้ำกับพานรองลงยาราชาวดี  หีบทองลงยา  ตลับยานัตถ์ทองลงยา  ซองบุหรี่ทองลงยา  ดาบฝักทองคำจำหลัก  เป็นต้น

กาลเวลาผ่านไปจนกระทั่งถึง๒๕๐๓  หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับ  สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถได้เสด็จเยือนสหรัฐอเมริกาแล้ว  ก็ได้เสด็จเลยไปทางประเทศอังกฤษ  มเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบ็ธที่๒  ได้ทรงต้อนรับโดยให้ล้นเกล้าฯทั้งสองพระองค์ประทับที่พระราชวังบั้คกิงแฮม   และได้โปรดให้จัดของไทยๆ เช่น ขันน้ำกับพานรองลงยาและซองบุหรี่ทองลงยา ฯลฯ  อันเป็นของขวัญที่รัชกาลที่๔ส่งไปคราวนู้น  ขนออกมาประดับประดาตกแต่งห้องนั่งเล่นที่ล้นเกล้าฯทั้งสองพระองค์ประทับ  ทำให้รู้สึกว่าเหมือนอยู่ที่กรุงเทพฯ  โดยปกติแล้วของสวยๆงามๆล้ำค่าแบบนี้ทางอังกฤษเขาส่งไปเก็บไว้ที่พระราชวังวินเซอร์

ผมเกิดอยากรู้ว่าเวลาทูตไทยไปประเทศอื่นที่มีพระเจ้าแผ่นดินเป็นบุรุษ  จะมีอะไรไปถวายเป็นของขวัญจากพระเจ้ากรุงสยามบ้าง   ก็ไปเปิดดูพงศาวดารตอนคณะอัครราชทูตไทยไปฝรั่งเศส  เครื่องมงคลราชบรรณาการที่อัญเชิไปถวายเอ็มเปอเรอฝรั่งเศสนั้นมีเครื่องทองลงยา เครื่องทองคำและเครื่องอาวุธ  เห็นได้ว่าเครื่องทองลงยานั้นเป็นศิลปะประจำชาติที่งามนัก  ขาดไม่ได้เพราะที่ไหนๆก็ไม่มี

นอกจากพระราชาจะฝากของไปถึงพระราชาแล้ว  ในระดับเสนาบดีก็ฝากไปด้วย  ในครั้งที่ไปฝรั่งเศสนั้น  พระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงวงศาธิราชสนิทได้ฝากของไปพระราชทานแก่ผู้สำเร็จราชการต่างประเทศของฝรั่งเศสดังนี้  โต๊ะถม กาถม กล่อมบุหรี่ถม  แล้วก็มีดาบฝักกลมกาไหล่ทอง  หุ้มทองคำประดับพลอยด้ามกะละปังหาฝังดอกไม้ทองคำอีกเล่มหนึ่ง

ในพงศาวดารบันทึกไว้ว่า  เอ็มเปอเรอฝรั่งเสสเมื่อทอดพระเนตรเครื่องมงคลราชบรรณาการแล้วก็ทรงรับสั่งว่า  ฝีมือช่างไทยทำสิ่งของลงยาลายสลัก  ประดับเพชรประดับพลอยงามกว่าของในประเทศอื่น...

ท่านผู้อ่านคงสงสัยว่าแล้วในสมัยนี้ท่านให้ของขวัญหรือของฝากอะไรกัน

ของฝากของหม่อมคึกฤทธิ์  ปราโมช ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่ฝากไปให้ท่านประธานเหมาเจ๋อตุงนั้นคือรังนกซึ่งก็นับว่าเหมาะ  เพราะท่านประธานเหมานั้นอายุมากแล้ว  รังนกทำให้กระชุ่มกระชวย แข็งแรง และอายุยืน  ที่สำคัญก็คือว่า  รังนกอันทำให้แข็งแรงอายุยืนนี้ทั้งโลกมีอยู่ที่ภาคใต้ของไทยเพียงแห่งเดียว  ที่อื่นถึงจะมีก็นิดๆหน่อยๆไม่มีชื่อไม่มีเสียง  อาเสี่ยฮ่องกงก็ต้องสั่งซื้อรังนกไปจากเมืองไทย

เมื่อครั้งสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบ็ธเสด็จเมืองไทย  ของขวัญที่สมเด็จพระบรมราชินีนาถของเราถวายก็คือพัด  แต่ความพิเศษและความงามนั้นอยู่ที่ภาพวาดรูปอิเหนากับบุษบา  ซึ่งเป็นภาพฝีมือจักรพันธ์ โปษยกฤต จิตรกรเอก   ภาพนี้เองทำให้พัดด้ามนั้นเป็นพัดที่งามหาที่เปรียบมิได้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าโปรดการเล่นเรือใบ  ดังนั้นเมื่อดยุคแห่งเอดินเบอระเสด็จมาเยี่ยมจึงได้ถวายเรือใบแบบสองลำติดกัน  เห็นจะเป็นเพราะดยุคถวายนี่เอง  ต่อมาเห็นเรียกเรือลำนั้นกันว่าปลาดุก

ขอย้อนกลับไปสมัยโบราณอีกที

สมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ถวายปืนใหญ่แด่พระเจ้าหลุยส์ที่๑๔  ทางฝรั่งเศสก็ตั้งเอาไว้เฉยๆ  อีกร้อยปีต่อมาพอถึงวันคุกแตกคือมีการลุกฮือโจมตีคุกบาสติล  ทหารเรือคนหนึ่งเหลียวซ้ายแลขวาเก้ๆกังๆไม่รู้จะเอาอาวุธอะไรไปสมทบกับเขาด้วย  ครั้งเห็นปืนใหญ่สยามกระบอกนี้ตั้งอยู่ก็เลยลากเอามาตั้งจังก้าจะยิงป้อมกะเขาด้วย  เพื่อนกรากเข้ามาถามว่า  เฮ้ย  ไปขุดเอามาจากไหนวะ

อ้ายเสือนั่นตะโกนว่า  ขุดเอาจากไหนก็ช่างเถอะ  ขอให้ยิงออกเป็นใช้ได้ว่ะ...หลีกไปโว้ย!”

เรื่องของขวัญหรือของฝากนี้โปรดอย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กที่ไม่สำคัญ  เพราะเคยแผลงฤทธิ์อาละวาดเป็นเรื่องใหญ่มาแล้ว

มีเรื่องเล่ากันว่า  ตอนปลายรัชกาลที่สองนั้นพระเจ้ากรุงจีนได้ส่งพัดสีต่างๆมาถวาย  รัชกาลที่สองจึงทรงรับสั่งให้สมเด็จอัครมเหสีและบรรดาเจ้าจอมทั้งหลายขึ้นเฝ้าเพื่อรับแจกพัด  บรรดาเจ้าจอมขึ้นไปเฝ้าอยู่เป็นเวลานานสมเด็จพระอัครมเหสีก็ยังไม่เสด็จมา  รัชกาลที่สองจึงทรงเลือกพัดอันหนึ่งซึ่งทรงพอพระราชหฤทัยมากเอาไว้  นอกจากนั้นก็ทรงแจกเจ้าจอมไปหมด  เมื่อสมเด็จอัครมเหสีมาเฝ้าจึงทรงตรัสว่า  พวกอีเด็กๆมันคอยนานจึงแจกพัดมันไปก่อนทรงเลือกไว้อันนึงที่เห็นว่างดงามกว่าอันอื่นๆ   แล้วทรงยื่นพัดพระราชทานแก่อัครมเหสี   แต่พอรับเสร็จก็ทรงปาพัดนั้นออกนอกพระราชตำหนัก  แล้วก็ทรงกระทืบบาทดำเนินออกจากพระราชตำหนักไป  ต่อจากนั้นทั้งสองพระองค์ก็ไม่ทรงพบปะกันเลย  เพราะสมเดจอัครมเหสีทรงพาพระโอรสคือสมเด็จพระจอมเกล้าและสมเด็จพระปิ่นเกล้าออกไปประทับภายนอกพระราชวังหลวง

เมื่อทรงประชวรหนัก  ทรงับสั่งให้อัครมเหสีและพระโอรสเข้าเฝ้า  สมเด็จอัครมเหสีก็ไม่ทรงพาพระโอรสเข้าเฝ้าตามพระราชประสงค์  ก็คงทรงกริ้วอยู่ในพระราชหฤทัย  รัชกาลที่สองจึงทรงรับสั่งว่า  เมื่อสวรรคตแล้วให้บรรดาขุนนางผู้ใหญ่ปรึกษากันเองว่าจะให้ใครเสวยราชสมบัติต่อจากพระองค์  กรมหลวงเจษฎาบดินทร์จึงทรงได้ขึ้นครองราชย์ต่อ 

จะเห็นได้ว่าเรื่องของขวัญของฝากอะไรนี่...มันเป็นเรื่องยุ่งยากจริงๆ

ตอนผมนั่งเรือจากอังกฤษกลับบ้านมายังประเทศไทย  โชคดีได้พบท่านเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศรซึ่งมาลงเรือที่เมืองท่ามาเซลล์  ท่านคุยให้ฟังว่า  แวะปารีสสามวันไม่ได้ดูอะไรเลย  ต้องมีภาระเที่ยวเดินซื้อแต่ของขวัญเพราะมีลูกหลานเยอะ  ก็ต้องกลับไปแจกให้ทั่ว  ฟังแล้วก็เห็นใจท่านเหลือเกิน  ท่านบอกว่าของสี่หีบใหญ่ๆที่ขนมาลงเรือนั้นมีแต่ของฝากหลานๆทั้งสิ้น  ของผมเองว่าจะซื้อเสื้อสักตัว  ก็ไม่ได้ซื้อจนแล้วจนรอดเพราะไม่มีเวลา   ท่านว่า

         
การหาซื้อของฝากก็มิใช่ง่าย  ซื้อเสื้อให้ผู้ชายอาจจะง่ายหน่อย  ถ้าไม่แน่ใจก็เอาขนาดกลางเข้าไว้  คือขนาดM  แต่ถ้าซื้อให้ผู้หญิงจะมีปัญหาจุกจิก  อย่างตอนประธานาธิบดีซูร์กาโนไปอเมริกา  พอไปถึงแคลิฟอร์เนียเข้าไปในร้านดีพาร์ทเมนท์สโตร์ใหญ่หรูหรา  โดยมีภริยาของมหาเศรษฐีนักสร้างภาพยนตร์เป็นผู้นำไ 

ประธานาธิบดีซูร์กาโนท่านเป็นคนน่ารัก  เห็นของสวยๆงามๆท่านก็นึกถึงภริยาคนโปรดของท่านจึงแวะเข้าไปทางแผนกที่ขายเสื้อยกทรง  แต่ท่านจำขนาดของภริยาคนโปรดของท่านไม่ได้(มีหลายคนก็จำยากหน่อย  โปรดเห็นใจท่านบ้าง)  ก็เลยต้องขอร้องให้พนักงานสาวๆที่ขายของจำนวนสิบๆคนใส่มาโชว์ให้ดู  ท่านประธานาธิบดีก็ว่า  คนนี้เล็กไป  คนนั้นใหญ่ไป  ดูอยู่นานกว่าจะตัดสินใจว่า   เออ  หนูนี่แหละกำลังดี  แปลว่าขนาดของหนูนี่แหล่ะคิดว่าขนาดเดียวกับภริยาท่าน

เจ้าหน้าที่อเมริกันที่ติดตามไปด้วยแอบกระซิบกับเพื่อนว่า   ฉันว่าเป็นลูกไม้หลอกดูผู้หญิงขนาดต่างๆกันล่ะมั้ง

เจ้าเพื่อนปากเปราะก็เลยตอบว่า    อันนี้อั๊วไม่รู้แฮะ...รู้แต่ว่าที่แกต่อสู้อย่างเต็มที่จะเอาWest  jrian  คืนจากดัชท์ให้ได้  ก็เพราะสาวๆชาวเกาะนี้ล้วนแต่ท็อปเลสกันทั้งนั้น

Home Page : Magazine : Pocket Book : Promotion : Webboard : Contact Us : Customer Service
Copyright © 2010 Tuay Toom & P.Vatin Publication Company Limited.