http://ebooks.in.th/heretic/

Homepage > เรื่องเด่นในอดีต > ไปทำไร่กันไหมคุณ?
 

ไปทำไร่กันไหมคุณ?

บุญฝาน  ดงขวาง

ต่วยตูนพอกเก็ตเล่มที่๕ ปีที่๑๐ เดือน มกราคม ๒๕๒๔


ผมไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจโรคเป็นการส่วนตัวของผมเอง  ตอนที่ทำบัตรประจำตัวคนไข้นั้น  เสมียนเขาเพียงแต่มองดูหน้าตาของผมแว่บหนึ่ง  ไม่เห็นว่าอะไรซักคำ  แล้วกรอกลงในช่องอาชีพของผมว่า  ทำนา    ผมมันคนไทยที่พออ่านหนังสือไทยออก  เมื่อเห็นว่าผิดจึงรีบประท้วง  เอ้ย  ทักท้วงว่า  อันตัวผมนี้เกิดเป็นตัวเป็นตนยังไม่เคยมีที่นาสักแปลงเลย  และร้านเจ๊กเขายังมีข้าวสารให้เชื่อเครดิตอยู่  ผมก็ไม่เคยคิดจะไปทำนาทุกกรณี  เหตุใดท่านจึงโมเมให้ผมเป็นชาวนาง่ายๆอย่างนี้

ผมบอกว่าผมเป็น ชาวไร่ ต่างหาก

เสมียนไม่ฟังคำอุทธรณ์ของผมเลย  คงตั้งหน้าตั้งตาเขียนข้อความในฟอร์มต่อไป  ผมเห็นว่าเธอละเมิดอาชีพอันมีเกียรติของผมอย่างเจตนาเช่นนี้ชักอ่อนใจ  นี่เธอท่าจะเห็นใครหน้าตาเด๋อด๋าหน่อยคงจะมอบอาชีพให้เป็นชาวนาหมดเสียกระมัง?

ชาวนากับชาวไร่นั้นเป็นอาชีพคนละอย่างไม่เหมือนกันทั้งทางตัวหนังสือและในทางปฏิบัติ

 

 

ซึ่งเมื่อก่อนเห็นเรียกรวมกันว่ากสิกร  เพิ่งจะมาเปลี่ยนเป็นเกษตรกรเมื่อไม่นานมานี้เอง  และไอ้คำว่าชาวนาชาวไร่เป็นคาถาบทสำคัญที่ขลังเอาการ  ขาดไม่ได้เลยในยุคหนึ่งที่คนไม่เคยทำไร่ทำนานิยมแอบอ้าง  เรียงร้องอะไรต่ออะไรในการชุมนุม

ในเมื่อผมได้ประกาศตัวเป็นชาวไร่เช่นนี้แล้ว  บางท่านเคยได้ยินแต่คำว่าชาวนาชาวไร่จนชินหู  แต่ไม่รู้ว่าต้องทำตนอย่างไรจึงจะมีสิทธิ์ใช้มงคลนามนี้

 

 

ไม่ยากเลยครับ  ถ้าหากคุณเบื่อน้ำท่วมเบื่อรถติดในเมืองแล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศ  เปลี่ยนอาชีพใหม่ไปเป็นชาวไร่ในป่าดงนั้นง่ายยิ่งกว่าจะไปทำงานตะวันออกกลางเสียอีก  ไม่ต้องเสียค่านายหน้าค่าพาสปอร์ตให้เปลืองเงิน  เพียงแต่ขอให้คุณใจสู้เท่านั้นสบายมาก  แต่ก็ไม่สบายเหมือนไปตากอากาศนะจะบอกให้

 

 

ชาวไร่ที่แท้จริงต้องไม่มีเครื่องจักรมาช่วยผ่อนแรงโดยเด็ดขาด  ถ้ามีเครื่องมีครบครันแล้วจะกลายเป็นฟาร์มแบบฝรั่งไป  ชาวไร่จนๆของไทยเราขอให้มีมีด จอบ ขวานเป็นพอ  และต้องมีเสบียงข้าวสาร พริก เกลือ ปลาร้า ฯลฯ   ไปด้วยก็อยู่สู้ได้เป็นปีๆ

ก่อนจะตัดสินใจไปทำไร่จงตรวจสอบลายมือคุณดูก่อน  ว่ามือนิ่มๆมันจะสู้กับการจับจอบขุดดินตั้งแต่เช้ายันเย็นได้หรือไม่  คุณต้องปฏิบัติตนให้ได้๑๖ข้อมูลที่ผมรวบรวมมานี้ดูก่อน  จึงจะได้ชื่อว่าเป็นชาวไร่ได้สมบูรณ์แบบ  ลองพิจารณาดูเถิดว่าจะไหวไหม?

๑.  ต้องตัดกิเลสให้หมดเสียก่อน  หันหลังให้กับความศรีวิไลซ์ทั้งปวง  แล้วเดินหน้าเข้าที่เงียบ วังเวง มืดจนมิดเมื่อตะวันตกดิน  ไม่มีคอฟฟีช้อพ  ตลาดโต้รุ่ง  ไม่มีอะไรทั้งนั้นเลยในความสะดวกสบาย ถ้าตัดกิเลสในตัวคุณไม่ได้อย่าไปให้ลิงมันหัวเราะเยาะเลย

๒.  ก่อนไปคุณต้องรู้จักสถานที่ก่อนว่าอยู่ในเขตใด  แถวนั้นมีใครบ้างที่รู้จัก  นักเลงแถบนั้นเป็นใคร  จงมืออ่อนตีนอ่อน  ถามเขาดูว่ามีที่ใดบ้างที่คนยังไม่เข้าไปบุกเบิก  เป็นที่ป่าสงวนหรือเป็นที่สาธารณะหรือไม่  ถ้าเขาจับจองไว้หมด  แล้วหากคุณจะทำจริงก็ขอแบ่งเช่าจากเจ้าของเดิม  ทำยังไงได้ตั้งใจจะมาทำไร่แล้วนี่  และเดี๋ยวนี้ที่ดินมันหาว่างยากนาคุณเอ๋ย

เมื่อรู้ที่ทางแน่นอนแล้ว  คุณต้องสำรวจดูว่า ณ ที่ใดบ้างพอจะปลูกวังหรือกระท่อมได้  ต้องหาปลูกตามเนินใกล้ๆหนองน้ำแต่อย่าไปใกล้ต้นไม้ใหญ่  ลมจะมาโค่นมันทับวังคุณง่ายๆตายก่อนได้ลงมือทำไร่ซะ  น้ำกินหากไม่มีบ่อใกล้ที่เราอยู่ก็ต้องขุดมันใช้เอง  ที่ๆจะขุดบ่อต้องเอาตรงที่เป็นจอมปลวกเก่า  ดินที่นั้นจะแกร่ง  เหนียว  เป็นการกันดินพังลงไปในคราวหลัง  คุณเคยแต่กินน้ำแข็ง  น้ำตู้เย็น  ลองดูน้ำบ่อบ้างจะเป็นไรไป  รสชาติน้องๆโพราลิสเชียวนะ  อร่อยไม่อร่อยคุณต้องกินมันล่ะทีนี้

ไปถึงใหม่ๆยังไม่มีอะไรเลยคุณต้องทำเพิงเล็กๆพอซุกหัวนอนไว้ก่อน  หายเมื่อยแล้วอย่ารอช้า  หยิบได้มีดขวานออกหาเลือกต้นไม้งามๆมาไว้ปลูกกระท่อมถาวร  ไม้กระดานยังไม่มีจะปูพื้นก็ใช้ไม้ไผ่ทุบทำแทนได้  หลังคานั้นต้องหาเกี่ยวหญ้าคามากรองเป็นตับเอง  ถ้าหญ้าหายากใช้ใบตองตึงหรือใบพลวงประกบด้วยไม้ไผ่มุงกั้นน้ำค้างไว้ก่อน

เสื่อเก่าที่หอบมาคลี่ออก  อย่าลืมกางมุ้งเก่าๆขาดๆเชียวนะ  ประเดี๋ยวยุงมันจะเอาเชื้อไข้ป่ามาฝาก  เหนื่อยๆอย่างนี้พอหัวถึงหมอนจะหลับเป็นตายทีเดียว

๓.  เกี่ยวกับอาหารการกินโดยเฉพาะ  ข้อนี้สำคัญมาก  ถึงเวลากินต้องรีบกินให้อิ่มก่อนที่จะได้จุดตะเกียงให้เปลืองน้ำมัน  จะมัวโอ้เอ้อ้อยอิ่งอยากกินโจ๊กบะหมี่แบบในเมืองนั้นฝันเอาไว้ชาติหน้าเถอะ  กับข้าวมื้อแรกเห็นจะหนีไม่พ้นอาหารทะเลคือปลาทูเค็ม  บีบมะนาวพร้อมพริกขี้หนูคำละเม็ด  ผักหญ้าหาเก็บเอาแถวนั้น  มีทั้งกระโดน ผักสเม็ด ผักติ้ว ฯลฯ   คุณเอ๋ย  อร่อยจนน้ำตาไหล  หรือถ้าแถวใกล้ๆไร่มีกอไผ่  อย่าได้กลัวอด  หาเสียมไปแซะเอาเลย  หน่อไม้งามๆมาต้มมาแกงอร่อยทั้งนั้น

คนอีสานขาดไม่ได้คือปลาร้า  ดังนั้นปลาร้าต้องขนไปตุนไว้มากๆ  ทำแจ่ว ทำปลาร้าทรงเครื่อง  ปรุงส้มตำได้ดีที่สุด  ทำไร่มาเหนื่อยรับรองว่าแย่งกันฉีกปลาร้าคว่ากๆเหมือนลอกปอแช่น้ำ

มาอยู่ในป่าคุณต้องกินได้ทุกอย่าง  อย่าไปเลือกว่าเป็นของแสลงหรือรังเกียจ  นกหนูงูปลากิ้งก่าเอามาเถอะกินมันเข้าไปอย่าไปติ  คุณจะลืมต้มยำ  ผัดเผ็ดหรืออะไรต่อมิอะไรในตลาดที่ว่าอร่อยๆนั้นตกอันดับไปเลย

๔.  ในไร่จะไม่มีเสียงสเตริโอแผ่วๆและที.วี.โฆษณาผ้าอนามัย  หากกลัวเหงานักจะหิ้วทรานซิสเตอร์ใช้ถ่านติดมือไปฟังเพลงลูกทุ่งและโฆษณาขายครีมฟอกหน้าก็ได้  ข่าวสารจากหนังสือพิมพ์  อย่าหวังจะได้อ่านนอกจากถุงกระดาษใส่ของมา  อยากฟังข่าวคราวบ้านเมืองก็ต้องอาศัยวิทยุฟังข่าวจากกรมประชาสัมพันธ์  เหงาหนักๆ  คุณอาจจะเขียนจดหมายไปขอฟังเพลงที่สถานีวิทยุ  ขอให้โฆษกเขาจัดให้ฟังร่วมกับคนนั้นคนนี้ตามที่คุณต้องการ  แล้วคุณคอยเงี่ยหูฟังได้เลย  ไม่ช้าหรอกชื่อของคุณจะได้ออกอากาศ

๕.  ถ้าคุณขาดโรงหนังไม่ได้  ในป่าดงอย่างนี้ยังพอมีมาสนองตัณหาคุณอยู่บ้างหรอก  นานๆจะมีหนังเร่เอาผ้าล้อมฉายกากหนังไทยเก่าๆ๒เรื่องควบ  หรือหมู่บ้านใกล้เคียงไร่ระยะ๕-๑๐กิโล  เวลาเขามีเทศกาลงานบุญ  คุณอยากยืดเส้นยืดสายก็ขอเชิญย่ำต๊อกไปเที่ยวได้  แต่ต้องออกเดินก่อนตะวันตกดินและย่ำกลับเมื่อตะวันขึ้น  แล้วรักจะเที่ยวมันต้องเอาให้สว่างคาตาตำราชาวไร่

๖.  การแต่งการที่เคยพิถีพิถัน  ผมเผ้าที่เคยมันแผล่บนั้นลืมซะ  เสื้อผ้าที่ใช้แต่งเดินตามย่านสรรพสินค้าหรือตามตลาดนั้นเก็บเอาไว้เถอะ  ล่อมันชุดผ้าฝ้ายย้อมครามกางเกงตูดปะ  น้ำมูกน้ำมันอย่าเอามาใช้เลย  ปล่อยให้กลิ่นหอมหวนเหงื่อไคลมันโชยอยู่อย่างนั้นแหละ  นานไปจะชินกลิ่นไปเอง  ผมบนหัวไม่ต้องพะวงส่องกระจกให้ยุ่งยาก  มันถูกหมวกครอบอยู่ทั้งวันจะมัวไปหวีไปส่องอยู่ใย  ถ้าอยากแต่งก็เอาไว้นู่น  ยามมีธุระเข้าตลาดหรือเวลาจะชวนอีสาวชาวไร่ไปเที่ยวงานบุญ

๗.  ต้องตัดใจกับสิ่งที่เคยสำรวย  เหล้าที่เคยกินแต่แม่โขงผสมโซดาหรือเบียร์แช่จนเป็นเกร็ดนั้น  คุณจะไม่ได้พบพานอีกแล้ว  อย่างเก่งพอแก้ขัดก็เหล้าเถื่อนและขาว๔๐ดีกรี  ขวดเดียวเท่านั้นจะรู้ว่าลำไส้เรามีกี่ขด  บุหรี่ที่สูบโก้ๆแต่ก้นกรองต้องมาลองมวนยาเส้นด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์  ดูดทีไรควันจะโขมงไล่ยุงได้ดีนักแล

๘.  สัตว์เลี้ยงที่จำเป็นคือหมา  เลี้ยงไว้เห่างู  เห่าหนู  เฝ้ากระท่อมยามค่ำคืน  หมาที่ว่านี้อย่าเอาหมาฝรั่งไปเลี้ยงเด็ดขาดเสียข้าวเปล่าๆ  สู้หมาไทยหยองกรอดเราไม่ได้หรอก  กินง่ายอยู่ง่ายไม่พิถีพิถัน  แต่ดุชะมัด  ให้ข้าวเหนียววันละปั้นก็พอ  สัตว์เลี้ยงอีกอย่างคือไก่  ก็ไก่พันธุ์พื้นบ้านนี่ล่ะ  มันจะหากินแมงกินปลวกเอง  แพร่ลูกหลานคอกละหลายสิบตัว  วันไหนครึ้มอกครึ้มใจเราจะได้จับมาเชือดต้มข่าใส่กัญชาซดให้คล่องคอซักมื้อก็พอไหว  ส่วนกัญชาหาเมล็ดมากล้าไว้  ต้นสองต้นหลวงท่านคงไม่มองค้อนหรอก  ไอ้อย่างชนิดปลูกแซมพืชอื่นเป็นสิบๆไร่เป็นอาชีพอย่าไปทำเลย  มันผิดกฎหมายไม่ดีเลยคุณ  มาอยู่ใหม่ๆต้องรีบปลูกมะละกอ  ฟักทอง แตง พริก ฯลฯ ไว้ก่อน  จะได้เก็บกินได้  ไม่ต้องดิ้นรนไปหาซื้อที่ตลาด

๙.  ถึงไม่มีศัตรูคุณต้องไม่ประมาท  ต้องมีการเตรียมป้องกันไว้  ในป่าดงอย่างนี้กฎหมายกว่าจะไปถึงบางทีคุณอาจจะขึ้นอืดไปแล้วก็ได้  ส่วนมากมักมีเรื่องเกี่ยวกับเขตไร่  ผิดใจในวงเหล้า  ขโมยพืชไร่ ฯลฯ  จิปาถะ   ไม่ประมาทไว้นั่นแหละดี  คนชาวไร่อย่างเราไปซื้อปืนดีๆก็ไม่มีทุน  เอามันปืนแก็ปกระบอกไม่เกินสามร้อยบาทก็พอแล้ว  เอาไว้ยิงนกยิงตะกวดไปตามเรื่อง

 

 

๑๐.  ข้อนี้จะหนักหน่วงจนคุณอยากจะลาออกจากการเป็นชาวไร่วันละสิบครั้ง  ครับ  หนักไม่หนักก็คือการออกกำลังกายให้เป็นชาวไร่อย่างสมบูรณ์แบบนั้นเอง  หะแรกเมื่อปลูกกระท่อมแล้วคุณจะต้องลับมีดถางป่าให้คม  มีดถางป่านี้ศัพท์ของชาวไร่เขาเรียกว่ามีดขอ  มีด้ามไม้ยาวพอเหมาะสำหรับหวดพวกหญ้าพวกต้นไม้เล็กๆ  ส่วนต้นไม้ใหญ่ต้องใช้ขวานหรือเลื่อยโค่นเอา  โค่นแล้วจะหาลำไพ่พิเศษเผาถ่านไว้ขายเป็นค่าเหล้าค่าข้าวสารก็ยังได้

ถางป่านี้ไม่ได้ทำกันง่ายเหมือนสั่งโอวเลี้ยงมาดูด  เจอทั้งหนามทั้งมดทั้งแตน  มันทั้งคันทั้งรก  คุณต้องหวดอย่างนั้นอยู่ทั้งวัน  เอากันจนจะหมดเนื้อที่ของไร่ที่คุณจับจองได้  ถางแล้วคุณต้องปล่อยให้แดดเผาไม้พวกนี้ให้แห้งเสียก่อนค่อยจุดไฟ  คุณจะเผารวมกันหมดทีเดียวก็ได้  แต่วิธีนี้ไม่ดีเลย  เพราะไฟจะลามไปไหม้ไร่คนอื่นหรือไม่ก็ลามไหม้ป่าทั้งป่าจะเป็นเรื่องใหญ่โต  สู้แบ่งเป็นกองๆไม่ได้  จุดไปเรื่อยๆจนเตียนหมดโน่นแหละ  จึงจะรู้ว่าพื้นที่ไร่ที่จะทำนั้นมีลักษณะเป็นเช่นใด?

ตอนเผาไร่นี้เผลอๆพวกเต่าพวกงูจะทะเร่อทะร่าหนีไฟออกมา  จงจัดการสังหารไว้เป็นเสบียงซะ  ตามต้นไม้ใหญ่ๆเมื่อโค่นลงมาแล้วจงเป็นคนสังเกต  หาดูตามโพรงบางทีจะมีลูกบ่าง  นกหลงเหลืออยู่ในนั้น

หากคุณถางป่าไปเจอดงหนามหันที่มีหนามคมทั้งแหลมยิ่งกว่าเล็บเหยี่ยวแล้ว  เห็นใหม่ๆบางคนแทบจะทิ้งมีดกราบอำลาไปเลยทีเดียว  คนที่เคยแต่หวดไม้ตีกอล์ฟลองมาจับมีดขอหวดป่าดูเถิด  มันมีชีวิตชีวากว่ากันอักโข  จะได้รู้สึกว่าชีวิตเกษตรกรนั้นลำบากเพียงใด  คนมือใหม่มักจะเกิดอาการมือบวมเป่งพองระบมไปหมด  หวดทีก็น้ำตาร่วงพรูเชียวคุณเอ๋ย

ข้อนี้จะลำบากตอนบุกเบิกครั้งแรกเท่านั้น

๑๑.  หลังจากสะบักสะบอมจากการถางไร่แล้ว  คราวนี้คุณต้องดูเพื่อนๆชาวไร่ด้วยว่าเขาปลูกอะไร  ราคาขายดีหรือไม่   โดยมากชาวไร่แถบอีสานกำลังนิยมปลูกมันสำปะหลังเพราะปลูกง่าย  ถอนง่ายและขายง่ายได้ราคาดี  ไม่ยุ่งยากเหมือนปลูกปอที่ต้องหาแหล่งน้ำไว้แช่ฟอกสะอาดก่อนนำไปขาย  คุณก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือว่าน้ำจะหาให้วัวควายกินยังหายากอยู่แล้ว  เมื่อเราปลูกปอแล้วจะไปขอร้องเทวดาหาน้ำที่ไหนมาแช่?

๑๒.  หนักครับ...คราวนี้หนักจริงๆ  เราชาวไร่จนๆไม่ร่ำรวยถึงกับมีรถไถมาพลิกไถพรวนเหมือนฟาร์มใหญ่ของชาวไร่อัครมหาเศรษฐีทั้งหลาย  คุณต้องอาศัยจอบนี้แหลขุดพลิกผืนดินเอา  บริเวณไหนมีหญ้าคา  คุณเอ๋ย  ถ้ามีน้ำตาจงร้องไห้ให้พอก่อนเถิด  หญ้าคานี้รากมันแทงไปถึงไหนก็ขยายหน่อไปถึงนั่น  แค่ดายข้างบนมันไม่ตายหรอก  ต้องขุดรากขึ้นมาเผาทิ้งถึงจะสู้กับมันได้  ไร่บุกเบิกใหม่ๆ  ตอไม้รากไม้เล็กๆมีแทบทุกตารางนิ้ว  เราฟันจอบลงไปทีไรมันสะท้านถึงต้นแขน  กว่าจะพลิกฟื้นขุดเอารากตอไม้ออกได้หมดเหงื่อกาฬของคุณต้องทะลักออกหลายปี๊บ  ที่สำคัญคือมือของคุณน่ะซี  มันดื้อด้านหนากระด้างเหมือนหนังควายหรือยัง  หรือว่าเพียงแต่บวมๆจนแสบรวดร้าวถึงขั้วหัวใจชนิดปั้นข้าวเหนียวไม่ได้

 

 

๑๓.  หมดภาระเรื่องพลิกดินแล้วต่อไปนี้ก็ปลูกกันล่ะครับ  แหม!  เหนื่อยมาเกือบครึ่งปีแล้วยังไม่เห็นพืชผลอะไรซักต้น  พวกหญ้าทั้งหลายมันเริ่มงอกเงยตามหลังเขียวชอุ่ม  เหนื่อยอีกแล้วซี  ขืนปล่อยไว้มีหวังมันสูงขึ้นท่วมหัวแล้วจะปราบยาก

 

 

เป็นอันว่าปีนี้เรามาปลูกมันสำปะหลังแบบเพื่อนชาวไร่เขาดูก่อน  เพราะขืนปลูกพืชอย่างอื่นคุณจะไม่มีที่ขาย  ถึงจะมีที่รับซื้อก็โน่น...อยู่ไกลจากไร่ไปข้ามอีก๒จังหวัดเป็นอย่างน้อย  เพียงค่าบรรทุกก็อ่วมอรทัยแล้ว  สู้ปลูกพืชแบบพวกๆดีกว่า  ถึงเวลาเจ๊กเขาเอารถและตาชั่งออกมาหาซื้อถึงที่เลย  ปลูกมันสำปะหลังนี้ง่ายมาก เพียงแต่คุณตัดลำมันเป็นท่อนๆหนึ่งขอให้ติดข้อซัก๓ข้อก็พอ  อีกคนขุดหลุมไปก่อน  สับจอบทีละฉึกก็พอให้ห่างราวเมตรครึ่ง  อีกคน(ถ้ามีหลายคน)เอาตะกร้าขนท่อนลำมันที่ตัดโยนลงหลุม  ตีนกวาดดินเหยียบทีเดียวเป็นเสร็จพิธี  ฤดูที่เขาปลูกมันคือก่อนฝนมาและต้นฤดูหนาวก็ได้

 

 

๑๔.  ปลูกเสร็จแล้วอย่านึกว่าสบาย  หญ้าครับ  หญ้าที่ขึ้นเขียวครึ้มตามหลังนั่นยังไง  หญ้าเป็นศัตรูของพืชผลที่เราปลูกมากที่สุด  เพราะมันคอยแย่งอาหารและปุ๋ยจากดิน  ขืนปล่อยตามบุญตามกรรม  ก็ขอบอกไว้เลยว่าชาติหน้านั่นแหละคุณถึงจะได้ขาย  หญ้าที่ปราบยากคือ หญ้าขจรจบ   หรือตามภาษาชาวไร่เขาเรียกมันว่า หญ้าคอมมิวนิสต์  หรือ  หญ้าอ๊อด   จะใช้ยาฉีดฆ่าหญ้าเอาน่ะหรือ?  บอกได้เลยว่ายากส์  ยิ่งพ่นยามันยิ่งงามยังกะเราเอาปุ๋ยไปใส่มันดีๆนี่เอง  ไอ้หญ้าพันธุ์นี้ขยายเชื้อสายมันด้วยเมล็ดจากดอกสีชมพูสวยสดนั่นเอง  ตอนดอกมันแห้งแล้วเพียงลมพัดมาก็หอบเชื้อสายหญ้านรกนี้ไปทีละล้านๆเม็ด

 

 

คุณอย่าอมยิ้มคิดว่าแค่ปราบหญ้าแค่นี้๒-๓วันก็เสร็จ  อพิโธ่!  ต่อให้คุณทำทั้งวันทั้งคืนแม้ฝนจะตกแดดจะออกก็ไม่มีทางเสร็จ  ดายไปข้างหน้าแล้วหันกลับมาดูข้างหลัง  อ้าว  ไอ้หญ้าเปรตนี้ขึ้นเขียวงามอีกแล้ว  ต้องดายกลับไปกลับมาเป็นไอ้บ้าอยู่อย่างนั้นแหละพระเดชพระคุณเอ๋ย...

หากคุณทำหลายๆไร่แต่มีคนน้อย  ดายหญ้าอยู่ทั้งปีก็ไม่เสร็จ  คุณต้องหาจ้างคนงานที่เป็นหนุ่มๆสาวๆชาวบ้านแถบใกล้ๆไร่นั้น  จ้างกันเป็นรายวันๆละเกือบเท่ากฎหมายแรงงานกำหนด  คุณต้องมีกับข้าวให้เขาเช้ากับกลางวัน  ที่หนีไม่พ้นคือส้มตำยืนพื้น(ก็ที่ผมบอกให้คุณปลูกไว้ยังไงล่ะ)

ดายหญ้า๓รอบขึ้นไปจนกว่าต้นมันสำปะหลังจะสูงถึงสะดือค่อยหยุด  หญ้าจะไม่ขึ้นหนาเหมือนแรกๆแล้ว  คราวนี้คุณมีโอกาสได้พักผ่อนบ้างล่ะ...

 

 

๑๕.   คุณจะได้พักผ่อนพักร้อนชั่วคราว  มันสำปะหลังอายุได้๗เดือนขึ้นไปก็แสดงว่าคุณจะได้เงินจากน้ำพักน้ำแรงในรอบปีแล้ว  ระยะนี้อาแป๊ะอากู๋จะเอารถออกหาตระเวนซอกซอนไปตามไร่หาซื้อหัวมันด้วยราคาอยุติธรรมที่สุด  คุณจะขายเหมาเป็นไร่ก็ได้  เขาเรียกว่าขายมันเขียว  ถ้ายังคิดว่าคุณยังมีกำลังดีกำลังคนพอจะขุดขายเองได้  ตอนชั่งกิโลเขาจะล็อคตาชั่งกินเปล่าไว้๕๐กิโล  และต้องชั่งครั้งละ๑๐๐กิโล  นั่นหมายถึงคุณต้องถูกหักไป๕๐กิโล  จะได้เพียง๕๐กิโลเท่านั้น  จะเอาหรือไม่เอาเจ๊กไม่อ้อนวอน  ถ้าอยากให้เขาหักร้อยละสิบต้องหารถขนไปขายที่โรงมันเอง  แต่รถที่ขนมันของเราไปเขาจะขอค่าบรรทุกอีกร้อยละสิบกิโลเหมือนกัน

คุณต้องขนขึ้นลงเองถ้าจะเสียค่ารถขนไปขาย  ที่สำคัญคือรถนั่นซี  หายากชิบเป๋ง!

ผลสุดท้ายมันก็จำใจขายล่ะว้า...

มีเงินมีทองแล้วอยากสูบยากะแร็ต กินแม่โขง ลาบก้อย  ขอเชิญตามสบายเพราะอดอยากปากแห้งมาเป็นปีแล้วนี่  ที่เหลือรีบซื้อเสื้อผ้า  ข้าวสารไว้เป็นพอ  แล้วอย่าเพิ่งคิดว่าขายมันแล้วจะสบาย  นั่นไง...ดูข้อ๑๖บ้างซี

 

 

๑๖.   ลำมันระเกะระกะตามบริเวณไร่  รีบเก็บตั้งชันไว้ตามร่ม  ประเดี๋ยวถูกแดดเผาจะแห้งหมด  พวกหญ้าขึ้นตามหลังล่ะ  ก็ต้องจัดการปราบให้เตียนอีก  ใกล้หน้าฝนมาถึงเมื่อใดหมายถึงการลงไร่เตรียมปลูกเป็นของปีต่อไป  วนเวียนกันไปมาอย่างทั้งปีทั้งชาติจนกว่าจะยอมแพ้ไปข้างหนึ่ง

เป็นไง  พอสู้ไหวไหม?

หรือว่าหัวใจจะวายก่อนทำได้ครบทั้ง๑๖ข้อที่ผมรวบรวมมานี้

 

 

อะไร...ใจเสาะถึงกับร้องไห้อยากกลับบ้านแล้วรึ  มั้ยล่ะ  บอกแล้วบ่ฟัง

 

 

 

 

 

Home Page : Magazine : Pocket Book : Promotion : Webboard : Contact Us : Customer Service
Copyright © 2010 Tuay Toom & P.Vatin Publication Company Limited.