http://ebooks.in.th/heretic/

Homepage > เรื่องเด่น ต่วย'ตูน > โรอัลด์ ดาลห์ เริ่มเขียนที่นี่ โดย.. อรวรรณ พรรณพิจิตรา
 

โรอัลด์ ดาลห์ เริ่มเขียนที่นี่

อรวรรณ พรรณพิจิตรา

 

 

                บ้านหลังนี้ ใครเอ่ย... เคยนอนอยู่ คอลัมน์หนึ่งใน วอชิงตัน โพสต์ ฉบับวันที่ ๒๖ พย. ๕๖ เตะหูเตะตาน่าสนใจ พาดหัวว่า Who Slept Here: Roald Dahl got writing start in Washington รูปประกอบเป็นบ้านตึกแถวสองชั้น ก่ออิฐสีแดง กรอบประตูหน้าต่างสีขาว สลับกับบานไม้โอ๊คสีเข้ม มีตะเกียงแบบโบราณติดเหนือประตู ดูแล้วชวนฝันอยากเป็นนักวิชาการเยี่ยมเยียน (Visiting Scholar) ได้ทุนให้ไป เขียนวิทยานิพนธ์วิจงวิจัยอะไรที่วอชิงตันดีซี จะได้ไปเช่าบ้านนี้อยู่มั่ง ไม่ทราบแพงมากไหม...

เราเคลิ้มไปในโลกแห่งจินตนาการ หลุดลอยแปลกประหลาด เรื่องไม่น่าเชื่อ... แต่สนุก ดังเช่น ลูกพีชขนาดยักษ์ของเจมส์ โรงงานช๊อกโกแล็ตของชาร์ลี ไปจนกระทั่งเรื่องของเด็กหญิงมาธิลดา ลูกคนจ๊น... จน แต่มีญานวิเศษและเป็นนักอ่านตัวฉกาจ แหม... ที่คิดอะไรไปถึงขนาดนั้นได้ก็เพราะนี่เป็นบ้าน โรอัลด์ ดาลห์ เขาเคยเช่าอยู่ ใช่แล้ว Roald Dahl คนนั้นแหละ... นักเขียนยอดนิยมชาวอังกฤษขวัญใจเด็กๆ (และผู้ใหญ่ที่ชอบอ่านเรื่องราวสนุกๆ) เขามาตั้งหลักดำรงตำแหน่งอยู่วอชิงตันเมื่อยุคสงครามโลกครั้งที่สองโน่น จะพูดง่ายๆว่าเป็นคล้ายๆสายลับให้กับรัฐบาลอังกฤษก็ได้ เชื่อไม่เชื่อช่วยอ่านต่อไปเถอะค่า สงสารคนแปลข่าวคราววรรณกรรมมาเขียนหน่อย ...อิอิ โรอัลด์ ดาลห์มาวอชิงตันในวัยเบญจเพศหนุ่มฟ้อจริง แต่หล่อเฟี้ยวหรือไม่แล้วแต่รสนิยมคนมอง อย่างไรก็ดี แกมาอยู่ดีซีเมื่อเป็นข้าราชการในองค์พระราชินีแห่งสหราชอาณาจักรเจ้าค่ะ ...เข้าเค้าสายลับนักเขียนแล้วนา

                อันที่จริง แม้เขาจะเลื่องชื่อลือนามด้านวรรณกรรมเยาวชน ยิ่งใหญ่มาจนทุกวันนี้ คนแปลมาเขียนไปสืบราชการลับก็พบว่า ชีวิตการเขียนของเขานั้นเริ่มต้นด้วยเรื่องราวสาระอันเกี่ยวข้องกับสงคราม ซึ่งเขานั่งเขียนจากเมืองที่เรียกย่อแบบคนในว่า ดีซี เมืองนี้นี่แหละ บทความฉบับแรกที่เขาเขียนไปลงนิตยสาร ท่านปั้นและปั่นที่บ้านเลขที่ ๑๖๑๐ ถนนหมายเลข ๓๔ ยอร์ชทาวน์ กรุงวอชิงตันดีซี บ้านหลังนี้นี่เอง

                หนุ่มน้อยวัยยี่สิบกว่าจากแคว้นเวลส์ของอังกฤษคนนั้น มาเหยียบเมืองดีซีครั้งแรกในปี ค.ศ. 1942 ในฐานะผู้ช่วยฑูตทหารอากาศ นั่งประจำโต๊ะอยู่สถานฑูตอังกฤษ มีหน้าที่ส่งเสริมสร้างชื่อเสียงอันดีงามให้แก่ประเทศชาติ โดยการโอภาปราศรัยในเรื่องดีๆ เผยแพร่ประสบการณ์ครั้งเป็นนักบินของกองทัพอังกฤษสู่มวลมิตรมหาชน หลังจากเข้าประจำการเมืองดีซีย่างเข้าวันที่สาม ระหว่างหนึ่งที่ โรอัลด์ ดาลห์ หนุ่มของเรากำลังรับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม เมย์ฟลาวเวอร์ อยู่กับ ซี เอส ฟอเรสเตอร์ (C.S. Forester) นักเขียนรุ่นพี่ชาวอังกฤษผู้มีชื่อเสียงอีกท่านหนึ่ง จากผลงานเรื่องชุดผจญภัยชีวิตราชนาวี ฟอเรสเตอร์ขอให้ดาลห์เล่าเรื่องสมัยไปบินอยู่แถบอาฟริกาเหนือให้ฟัง พี่เค้าคงคิดจะเก็บข้อมูลไปเขียนเรื่องน่ะแหละ ผู้ช่วยฑูตหนุ่มของเราเล่าพี่เขาแล้วพลันก็เกิดอาการปิ๊งขึ้นมา งั้น... เราเขียนเองไม่ดีกว่ารึนี่

                แม้ขณะนั้นผมจะยังไม่ค่อยรู้ตัวดีนักก็ตาม แต่นั่นคือจุดเปลี่ยนชีวิตของผม โรอัลด์ ดาห์ล เขียนเล่าไว้ในบทความเรื่องเส้นทางเข้าสู่การเป็นนักเขียน รวมอยู่ในเล่มเรื่องมหัศจรรย์ของเฮ็นรี่ ชูการ์ (The Wonderful Story of Henry Sugar and Six More) ออกในปี 1977

                ครั้งที่เป็นนักบินนั้น เขาว่าเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด เพราะขณะบินลาดตระเวนถูกข้าศึกยิงโจมตีเข้าให้ โรอัลด์ ดาลห์ เขียนเล่าประสบการณ์นั้นไว้อย่างเผ็ดมัน มีสีสันสนุกสนานเร้าใจ ในชื่อเรื่อง A Piece of Cake “ขนมเค้กชิ้นหนึ่ง แปลอีกทีได้ว่า หวานหมู... เวลาใครไหว้วานอะไรเราแล้วถามว่าทำได้ไหม ไหวไหม ถ้ามันเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายดาย เหมือนปอกกล้วยเข้าปากล่ะก็ เราบอกเขาได้ว่า A piece of cake! สำนวนนี้นี่หละ กลับมาเรื่องนักเขียนคนโปรดของเราต่อเถอะนะ ในรายงานทางกองทัพปรากฎบันทึกไว้ว่า โรอัลด์หนุ่มแกแค่นำเครื่องลงจอดฉุกเฉินกลางทะเลทรายเฉยๆ นักเขียนย่อมมีจินตนาการอันบรรเจิด... ไงก็ดีฟอเรสเตอร์พี่ท่านชอบกลวิธีการเขียนของโรอัลด์ ดาลห์มาก ก็ทำการฝากฝังให้นิตยสารชั้นนำมีชื่อเสียงของอเมริกา (เปรียบเทียบไปแล้วก็แบบต่วยตูนแมกาซีนของเรานี่แหละ เรื่องดีหลากหลาย ปกสวยด้วยภาพวาดมีสไตล์ ภาพประกอบภายในเจ๋งงง) ขอให้บ.ก.นิตยสารพิจารณาบทความเรื่องเล่าที่ว่า จากนักเขียนหน้าใหม่ซิงๆ รุ่นพี่ไม่ได้แก้ไขอะไรให้เลย แกมีแวว คงเร็คคอมเมนด์ไปทำนองนั้น การณ์นี้ส่งผลให้ Shot Down Over Libya เมื่อเครื่องผมโดนยิงตกที่ลิเบีย ได้ตีพิมพ์ใน แซทเทอร์เดย์ อีฟนิ่ง โพสต์ (Saturday Evening Post) เมื่อปี 1942 พร้อมกับได้รับเช็คค่าเรื่องมาด้วย แหม... ชื่นใจ

          ระหว่างอยู่ยอร์จทาวน์นั้น โรอัลด์ ดาลห์ ก็เริ่มเขียนนวนิยายเรื่องแรก ชื่อเรื่อง เดอะ เกรมลินส์ (The Gremlins) เกี่ยวกับตัวประหลาดที่มีหน้าที่เฝ้าโจมตีเครื่องบิน เขียนเสร็จก็ส่งต้นฉบับไปให้ นางเอเลนอร์ รูสเวลท์ (Eleanor Roosevelt) สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งในขณะนั้นอ่าน คุณนายรูสเวลท์อ่านแล้วถูกใจ ถึงกับเชิญให้เขาไปเข้าพบที่ทำเนียบขาว ข้างฝ่าย วอล์ท ดิสนีย์ ก็ส่งเครื่องบินมารับให้ไปเยือนฮอลลี่วู้ด ทั้งนี้ก็เพื่อพูดคุยกันในแผนการจะทำเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์

                แม้ว่า เดอะ เกรมลินส์ จะไม่มีโอกาสได้ถ่ายทำลงจอเงิน หนังสือเล่มต่อๆมาของเขาเดินเรียงแถวกันขึ้นจอเป็นว่าเล่นทีเดียว อาทิ ชาร์ลีกับโรงงานช็อกโกแล็ต (Charlie and the Chocolate Factory), เจมส์กับลูกพีชยักษ์ (James and the Giant Peach), คุณหมาจิ้งจอกแสนวิเศษ (Fantastic Mr. Fox) และ มาธิลดา (Matilda) สองเรื่องหลังนี้นอกจากเป็นหนังแล้ว ยังขึ้นเวทีเป็นมิวสิกคัลดังมากที่ลอนดอน ส่วนมาธิลดาขณะนี้กำลังเป็นที่กล่าวขานบนเวทีบรอดเวย์ด้วย ประจวบเหมาะเมื่อไรสายลับ เอ่อ... นักเขียนต่วยตูน คงได้ไปเยี่ยมๆมองๆมารายงานแฟนานุแฟนทั่นกันมั่ง

                ตามข้อมูลจากหนังสือชีวประวัติของโรอัลด์ ดาลห์ บ้านตึกหลังงามที่ถนนหมายเลข ๓๔ นี้ หนุ่มดาลห์เขาแชร์กับข้าราชการจากสถานฑูตด้วยกันอีกนายหนึ่ง (แสดงว่ารัฐบาลไม่ได้มีนโยบายให้ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมอะไร) กระแสข่าวกล่าวต่อไปว่า หนุ่มนักการฑูตอดีตนักบินของเรา เขาจะเขียนหนังสือตอนเย็นหลังเลิกงาน โดยจะเริ่มจากรดน้ำต้นไม้ในสวนให้เสร็จก่อน จากนั้นก็จะรินวิสกี้ใส่แก้ว แล้วกล่อมเกลาอารมณ์ด้วยการฟังดนตรี อา... อย่างนี้นี่เองถึงเขียนเก่ง

                ประจำการอยู่วอชิงตันดีซีได้ ๔ ปี โรอัลด์ ดาลห์ ก็ได้รับมอบหมายจากหน่วยประสานงานความมั่นคงแห่งสหราชอาณาจักร สายลับอังกฤษน่ะแหละ มีจุดมุ่งหมายที่จะโน้มน้าวนโยบายต่างๆของสหรัฐอเมริกาให้เป็นประโยชน์แก่อังกฤษ ช่วงนั้นสายลับนักเขียนหนุ่มของเรากระทบไหล่สังคมชั้นสูงของวอชิงตันเสมอ โดยเฉพาะที่งานปาร์ตี้ของนายชาร์ลส์ เอ็ดเวิร์ด มาร์ช มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทน้ำมันเท็กซัส และ ยักษ์ใหญ่การพิมพ์ (บ่งบอกว่ากิจการสองสิ่งนี้ทรงอิทธิพลใช่ไหมนี่) โรอัลด์ ดาลห์ตกเป็นเพื่อนสนิทสนมกับตระกูลเศรษฐีมะกันรายนี้ เข้านอกออกในบ้านพักอันหะรูหะราที่หมายเลข ๒๑๓๖ ถนนอาร์ของพวกเขา แล้วก็ยังมักไปพักไปเที่ยวคฤหาสถ์ในชนบทของตระกูลมาร์ชที่เวอร์จิเนียด้วย โรอัลด์ ดาลห์ไม่เคยเลิกนิสัยชอบวิถีชีวิตดีมีรสนิยม ทั้งนี้ตามที่ผู้เขียนประวัติเล่มหนึ่งของเขากล่าวไว้

                ในทางกลับกัน โรอัลด์ ดาลห์ เขียนถึงชีวิตที่วอชิงตันเพียงหนเดียว ในเรื่องเส้นทางสู่นักเขียนที่กล่าวถึงข้างต้นชิ้นนั้นเอง เขาเรียกชื่อบทความนั้นว่า Lucky Break “ช่วงดีมีโชค อันนี้ผู้อยากเป็นสายลับสลับร่างนักเขียน ทราบแล้วเปลี่ยน ยังไปไม่ถึงดวงดาว ก็เป็นนักฝันไปพลางๆก่อน แต่ถ้าอยากเป็นแฟนตัวจริงของโรอัลด์ ดาลห์แล้ว ยังไงก็คงต้องหามาอ่านดู

หากเขาไม่เสียชีวิตเมื่อปี 1990 ล่ะก็ ปี 2014 นี้ท่านจะอายุครบ 97 สำนักข่าวเอพี.แห่งลอนดอนรายงานว่า ผู้สืบสกุลและทรัพย์สมบัติของดาลห์ (รวมทั้งผลประโยชน์จากงานเขียนของเขาด้วย) มีดำริที่จะหาเงินบริจาคมาเป็นกองทุนกอบกู้และอนุรักษ์กระท่อมเขียนหนังสือของโรอัลด์ ดาลห์ กระท่อมนี้อยู่หลังบ้านนอกเมืองลอนดอนของเขา ซึ่งก็ทรุดโทรมลงไปหลังการเสียชีวิตของเจ้าของ ดาลห์เรียกชื่อกระท่อมนักเขียนของเขาว่า My Little Nest “รังหลังน้อย ภายในมี เก้าอี้ ตั่งพาดขาเวลานั่งเขียน ปึกกระดาษที่ดาลห์ใช้เขียนหนังสือประจำวัน รูปภาพสำคัญๆอันเป็นกำลังใจในการเขียน เป็นต้น ทางด้านหลานสาวของโรอัลด์ ดาลห์ ซึ่งเป็นนางแบบและนักเขียนด้วยนั้น เธอกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ใช่โง้นงี้แต่อยากจะแบ่งปันหนแห่งของจินตนาการให้กับแฟนๆผู้มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์โรอัลด์ ดาลห์ โดยการย้ายกระท่อมนักเขียนไปไว้ที่เดียวกับพิพิธภัณฑ์ซะ  ผู้คนจะได้ไปเยี่ยมชมสดวก แล้วก็เนื่องจากกิจการนี้มันต้องใช้ทุนสูง จึงจำเป็นต้องหาผู้มีจิตศรัทธามาบริจาคเงินช่วย ไม่ได้คิดจะของบประมาณจากเงินภาษีอากรหรอก มีผู้เปรียบเทียบขำๆว่ามันคงจะเหมือนกันกระมัง หากวันหนึ่งลูกสาวของพอล แม๊คคาร์ทนีย์ แห่ง เดอะ บีทเทิลส์ ออกมาขอเงินบริจาคเพื่อช่วยอนุรักษ์กีตาร์คู่ใจคุณพ่อของเธอ นี่เรื่องของศิลปินที่ประสบความสำเร็จโด่งดังมีเงินมีทองมิได้ตกอับอย่างใด ครอบครัวผู้สืบสกุลก็ได้รับผลประโยชน์จากรอยัลตี้ไปเรื่อยๆ มันก็เลยฟังทะแม่งๆเป็นธรรมดา ด้านผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ โรอัลด์ ดาลห์ กล่าวแต่เพียงว่า ผู้สืบสกุลครอบครัวดาลห์ให้การสนับสนุนกิจการของพิพิธภัณฑ์ต่อเนื่องเป็นอันดี หวังว่าจะมีผู้เล็งเห็นความสำคัญของกระท่อมหลังนี้ ว่าเป็นมรดกแห่งชาติ มาช่วยกันหาทางออก ไงก็ตามเรื่องผลประโยชน์เงินๆทองๆนี่มันวิพากย์วิจารณ์กันได้ ความโลภหรือความงกมันไม่ผิดกฏหมาย แต่ออกจะอึดอัดใจอย่างนี้แหละ อย่างไรก็ดี Long story short สำนวนแปลว่าทำเรื่องยาวให้เป็นเรื่องสั้น ไม่เยิ่นเย้อเพ้อเจ้อไปละ พูดสรุปๆได้ว่าวันนี้กระท่อมนักเขียนอยู่ที่พิพิธภัณฑ์โรอัลด์ ดาลห์แล้ว เราคลิกชมสามมิติทางอินเทอร์เน็ตได้ด้วย

ชีวิตจริงของท่านนักเขียนเรื่องสนุกผู้นี้ไม่ใช่ไม่มีความทุกข์เศร้า แม้จะประสบความสำเร็จโด่งดังเลี้ยงดูครอบครัวอยู่ได้สุขสบาย บ้านสวยกระท่อมงาม อยู่ในถิ่นประเทศที่มีคนจำนวนมากพอให้คุณค่าแก่งานวรรณกรรม แต่ท่านก็มีอะไรที่เรียกว่า ‘เคราะห์ซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น’ พอสมควรทีเดียว

โรอัลด์ ดาลห์ เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 1916 ที่เมืองแลนด์ดาฟ แคว้นเวลส์ พ่อแม่เชื้อสายนอร์เวย์ มีพี่น้อง ๔ คน รวมทั้งมีพี่คนละแม่อีก ๒ คน พ่อกับพี่คนหนึ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเล็ก แม่เลี้ยงดูลูกๆมาอย่างเข้มแข็ง พอเข้าโรงเรียนก็ไม่ค่อยมีความสุขนัก เขาเขียนเล่าไว้ในหนังสือเล่มที่ชื่อ เด็กชาย (Boy) โรอัลด์ ดาลห์กับเพื่อนๆมักพากันไปยืนดูลูกกวาดสีสันสวยงามผ่านทางหน้าต่างร้าน เมื่ออายุได้ 18 ปี เขาก็สมัครไปทำงานกับบริษัทเชลล์ ยังเด็กอยู่แท้ๆน่ะนะ แต่ก็ถูกส่งไปอยู่ดาเรสซาลัม จนอายุ 23 เกิดสงครามโลก เขาสมัครเข้าเป็นทหารอากาศ ประจำการที่กรุงไนโรบี เป็นนักบินแถบอิรัก ลิเบีย ดังที่เขาเล่าไว้ใน บินเดี่ยว (Going Solo) ในที่สุดเมื่อปลดประจำการภาคสนามก็ถูกส่งไปวอชิงตัน สถานที่เขาได้รู้จักกับฟอเรสเตอร์ และเริ่มต้นเขียนหนังสือ สารคดี เรื่องสั้น เรื่องยาวทั่วๆไป

ลูกสาวคนแรกของเขาเสียชีวิตด้วยโรคหัด ขณะที่ลูกชายคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุสมองกระทบกระเทือนตั้งแต่อายุได้เพียง ๔ เดือน ต่อมาภรรยาป่วยด้วยโรคหัวใจ ขณะอายุเพียง ๓๙ เขาตกที่นั่งดูแลทั้งลูกและภรรยาด้วยความอดทน ฝ่าฟันความลำบาก ขณะเดียวกันชีวิตการเขียนก็รุ่ง ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเขียนเรื่องสำหรับเด็กที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก

ในปี 1990 ขณะอายุ 74 เขาป่วยด้วยโรคโลหิตจางชนิดหนึ่ง ชื่อโรค Myelo-dysplastic anaemia หายากไม่ค่อยมีใครเป็น หลังๆมานี้ผมมีอาการซีด เขาเขียนในจดหมายข่าวถึงแฟนๆนักอ่าน มักรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนในเวลาอันไม่ควร ปราศจากพลังอันสดใสที่จะลุกขึ้นมาเขียนหนังสือ จิบเหล้ายิน และตามจีบหญิงงามอย่างเก่าก่อน โรอัลด์ ดาลห์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ปีนั้นนั่นเอง เขายังทำงานจนวาระสุดท้าย ผลงานหนังสือเล่มสุดท้ายเล่มหนึ่งคือ ตำราอาหาร โรอัลด์ ดาลห์ (The Roald Dahl Cookbook)

ยุคนี้มีผู้รวบรวมคำคมอันประทับใจจากเล่มต่างๆของเขาไว้ให้เราชื่นชม ฮัฟฟิ่งตัน โพสต์ เกริ่นนำมาก่อนเลย ลองฟังดู...  โรอัลด์ ดาลห์กล่าวเตือนว่า คนมาเป็นนักเขียนนั้นคือคนโง่ ด้วยมันมีสิ่งทดแทนเพียงอย่างเดียว คือความอิสระสุดยอด ไม่มีเจ้านายที่ไหนควบคุมสั่งการงานหรอก นอกเหนือไปจากจิตวิญญานตนเอง และนั่นแหละ ผมมั่นใจว่ามันคือเหตุน้าวนำให้เราเขียนกัน

"A person is a fool to become a writer. His only compensation is absolute freedom. He has no master except his own soul, and that, I am sure, is why he does it."

                อ๊ะๆ ก็มันอยากเขียนอ่ะ จะว่าหนูโง่ก็ยอม อย่ากระนั้นเลย... มาดูอะไรที่ไม่ยอกย้อนประชดประชันท่าจะดีกว่าเป็นแม่นมั่น... โคว้ตต่อไปมาจากเรื่องของมาธิลดา จิตใจเยาว์วัยเข้มแข็งของหนูมาธิลดา เจริญงามตามลำดับ ด้วยเสียงก้องของจากบรรดานักเขียน เลี้ยงดูอุ้มชูเธอ ผ่านเล่มหนังสือที่พวกเขาปลดปล่อยลอยสู่โลก เหมือนดังเหล่านาวาไหลไปในท้องทะเล หนังสือสื่อสารประโลมใจให้มาธิลดาอบอุ่นและมีความหวัง ว่าเธอนั้นมิได้อยู่โดดเดี่ยวเดียวดาย

"So Matilda’s strong young mind continued to grow, nurtured by the voices of all those authors who had sent their books out into the world like ships on the sea. These books gave Matilda a hopeful and comforting message: You are not alone." - from "Matilda"

อันนี้ฟังดีเหลือเกิน... แม้ชื่นชอบหลายต่อหลายเรื่องของโรอัลด์ ดาลห์ หากใครจะอ่านทบทวนด้วย มาธิลดา ก่อนก็ย่อมดีอยู่แล้ว อยากขอแถลงแจ้งไว้สักนิด ถือเป็นการแลกเปลี่ยนกันบ้าง โดยส่วนตัวเรื่องแรกของโรอัลด์ ดาลห์ที่ข้าพเจ้าอ่านเป็นภาษาอังกฤษ ได้แก่ แดนนี่ คนเก่งที่สุดในโลก (Danny the Champion of the World) เรื่องชีวิตขรุขระของพ่อ-ลูก ที่ผจญต่อสู้ความลำเค็ญด้วยกันอย่างขาดๆวิ่นๆและสนุก ใครอาจเคยโกรธหรือน้อยใจพ่อ หรือมีความรู้สึกกระตุกๆในใจบางประการ อ่านเรื่องของเด็กชายแดนนี่กับพ่อแล้วจะรู้สึกดีขึ้นจริงๆ โดยเฉพาะผู้ที่ยังมีคุณพ่อให้เถียงเรื่องการเมืองกันบ้างบางครั้งบางครา เชื่อเถอะว่าไงก็ชื่นชมเห็นคล้อยตามเมื่อลับหลังกันและกัน แม้เราเป็นเด็กผู้หญิงส่วนหนึ่งก็คิดว่า ตัวเองน่าจะชอบมาธิลดามากกว่าแดนนี่ แต่ความเป็นสากลของอารมณ์วรรณกรรมมันไม่เฉพาะเจาะจง ว่ารายละเอียดต้องตรงกันทุกอย่าง มันน่าทึ่งฉะนี้เอง อ่านเล่มนี้แล้วต้องบอกว่าทุกวันคือวันพ่อค่ะ.

 

อ้างอิง

UK Campaign Seeks To Save Roald Dahl Writing Hut

09/13/11 Associated Press

http://www.huffingtonpost.com/2011/09/14/roald-dahl-writing-hut_n_96 

Who Slept Here: Roald Dahl got writing start in Washington - The Washinton Post Magazine November 26, 2013

http://www.washingtonpost.com/lifestyle/magazine/who-slept-here-roald...

10 Fantastic Roald Dahl Quotes To Celebrate His Birthday http://www.huffingtonpost.com/2013/09/13/roald-dahl-quotes_n_3909289...

เว็บทางการของโรอัลด์ ดาลห์

http://www.roalddahl.com/

 

พิพิธภัณฑ์ โรอัลด์ ดาลห์

http://www.roalddahlmuseum.org/

 

 

 

Home Page : Magazine : Pocket Book : Promotion : Webboard : Contact Us : Customer Service
Copyright © 2010 Tuay Toom & P.Vatin Publication Company Limited.