http://ebooks.in.th/heretic/

Homepage > เรื่องเด่น ต่วย'ตูน > สแตมป์ดวงนี้มีเรื่องสั้น โดย อรวรรณ พรรณพิจิตรา
 

 

คนชอบวิถีสวยๆงามๆแบบสมัยเก่า มักจะยังคิดถึงการเขียนจดหมายส่งข่าวคราวถึงกันและกัน เขียนจดหมายย่อมคู่กับสแตมป์ ของสะสมอันละมุนละไมเหลือหลาย หายากไปทุกวัน มีใครบ้างล่ะ ที่ยังมีจดหมายใส่ซองส่งมาให้ทางไปรษณีย์ (ไม่นับบิลเรียกเก็บเงินค่าน้ำค่าไฟค่าโทรศัพท์นะคะ) โปสการ์ดก็ด้วย หายจ้อยไปเลยเชียวใช่ไหม ไม่มีใครเขาส่งให้กันละ เดี๋ยวนี้ไปไหนมาไหนส่งข่าวผ่าน ฟ.บ. กันลูกเดียว คลิกโพสรูปที่ไปเที่ยวไปชมเป็นร้อยๆท่า ดูไม่หวาดไม่ไหว บ้างก็ยัดเยียดข้อมูลเสียเหลือเฟือ แม้เลือกๆข้ามๆไปบ้าง คลิกไปคลิกมาก็วันละยี่สิบสี่ชั่วโมง เสียการเสียงานโม้ดดดด... ชักเบื่อวงการ ลองลดละเลิก ฟ.บ. แล้วกลับมาเขียน จ.ม. ส่ง ป.ก. โปสการ์ดกันอย่างเก่าอย่างเดิมดูบ้าง ฟังเพลงจากแผ่นเสียง ดื่มน้ำจากขัน ประกอบไปด้วยก็ได้ ชื่น... ใจ๊  ชื่นใจ

                ข่าววรรณกรรมบนดวงตราเก๋ไก๋มาไกลจาก ดับลิน (Dublin) เมืองหลวงเก่าแก่ของสาธารณรัฐไอร์แลนด์ (Ireland) ท้าวความตามท้องเรื่อง ก็เมื่อปี 2010 เมืองดับลินแห่งนี้ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น เมืองวรรณกรรมยูเนสโก (UNESCO City of Literature) ตำแหน่งนี้ถาวรตลอดไป ไม่ใช่เป็นปีเดียวเหมือนนางงาม เมืองไอริชเมืองนี้เขามีดี นอกจากจะเป็นเมืองท่าปากแม่น้ำ มีหมู่บ้านเก่าของนักเดินเรือชาวไวกิ้งแล้ว ก็ยังอุดมด้วยประเพณีวรรณกรรม มีโยงใยสายสัมพันธ์เป็นบ้านนักเขียนยิ่งใหญ่ของโลก อาทิ ออสการ์ ไวล์ด (Oscar Wilde) และ เจมส์ จอยส์ (James Joyce) อีกทั้งกวีเจ้าของรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม วิลเลียม บัทเลอร์ ยีทส์ (William Butler Yeats) และ แซมูเอล แบ็คเก็ตต์ (Samuel Beckett) นักเขียนแดร็กคิวลาร์ เอ๊ย... ซุปเปอร์สตาร์ แบรม สโต็คเกอร์ (Bram Stoker) มาจนถึง เมฟ บินชีย์ (Maeve Binchy) นับแทบไม่ถ้วน มรดกโลกทางวรรณกรรมสะท้อนอยู่ทั่วไปในเมืองนี้ ตามห้องสมุด รางวัลวรรณกรรม ร้านหนังสือ จัตุรัส ตึกราม สะพานข้ามแม่น้ำหลายแห่งในเมือง ก็มีชื่อตั้งตามเหล่านักเขียน... เป็นเกียรติเป็นศรีเหลือหลาย ไม่มีสายเลือดเกี่ยวข้องอะไรกับเขา ก็อดปลื้มไปด้วยไม่ได้จริงๆค่ะ

ได้ตำแหน่งมาเมืองเขาก็มีกิจกรรมอันทรงความหมายต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เมื่อวันที่ ๑๖ พ.ค. ปี 2013 นี้ ปธน.ไอร์แลนด์ ไมเคิล ฮิกกินส์ (Michael Higgins) ทำการเปิดตัวดวงตราไปรษณีย์ดวงใหม่ เป็น สแตมป์เรื่องสั้น ค่ะ ใช้ส่งจดหมายในประเทศได้ตามปกติ หาซื้อได้ทั่วไปในมูลค่า 60 เซนต์ จัดทำเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเมืองวรรณกรรมของเขานี่แหละ เรื่องสั้นอะไรอยู่ในสแตมป์... ฮึ

                สแตมป์ดวงนี้ออกแบบโดยพี่น้องฝาแฝดชาวไอริช รูปสี่เหลี่ยมเหมือนสแตมป์ทั่วไป หากแต่พื้นสีเหลืองสดใสของสแตมป์นั้น บรรจุด้วยอักษรสีดำ พิมพ์เรื่องสั้นไว้เรื่องหนึ่ง เรื่องสั้นเรื่องนี้เขียนโดย เอียน มัวร์ (Eion Moore) ขณะที่เขียนเขาอายุ ๑๗ เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมโปรแกรมการเขียนสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนที่ ศูนย์ส่งเสริมวรรณกรรมแห่งเมืองดับลิน (Fighting Words Center of Dublin City) พอจะเทียบเคียงความหมายให้ไฉไลได้ว่า ...ดาบแห่งถ้อยคำ...  ศูนย์กลางการต่อสู้สร้างสรรค์อันสวยงาม ชื่อสถาบันฟังลึกซึ้งสื่อความหมายประสาเหล่าชนคนชอบอ่านเขียน(และแปล) เรื่องของเอียนชนะได้รับการคัดเลือกจากผู้ร่วมโครงการทั้งหมด ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมและมัธยม น้องๆหนูๆพยายามเขียนสื่อสารในหัวข้อมอบหมาย ยอดหัวใจเมืองดับลิน (The Essence of Dublin) เรื่องที่ชนะมีความยาวเต็มเหยียด ๒๒๔ คำพอดิบพอดี เก๋จริงๆให้ดิ้นตาย...

ประกาศเปิดตัวสแตมป์พิเศษดวงนี้แล้วเขาก็ต่อด้วยเทศกาลนักเขียนแห่งเมืองดับลิน ช่วงวันที่ ๒๐ ๒๖ พ.ค. สาระหรรษาวรรณกรรมกันทั่วเมืองเลยทีเดียว นักเขียน นักอ่าน บรรณาธิการ บานตะไท ร้านหนังสือ สำนักพิมพ์ก็สุขีกันทั่วหน้า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพอร์เฟ็คท์จริงๆ

                และแล้วก็มาละ... หยิบแว่นขยายมาส่องเรื่องสั้นบนสแตมป์จากดับลินดวงนี้ดูที ความเขามีว่าอย่างไร...

 

มวลเมฆก้อนหนาบดบังแสงจันทร์ หากแต่แสงไฟจากเมืองก็ยังส่งแสงประกาย เหนือขึ้นไปแสงตะเกียงจากประภาคารสว่างเจิดจ้าอยู่บนยอดหอสูงเด่น ส่งสัญญานแก่นักเดินเรือว่ามาถึงแดนโบราณหมู่บ้านของชนไวกิ้ง วันนี้บนผืนดินที่ชาวนอร์สเคยยืนสง่า ฉันแลหลังมองกลับไปยังท่าเรือ ท้องถนน ตรอกน้อย ซอยเล็ก ถิ่นที่คนอาศัยใช้ชีวิต: กินอยู่ พูดคุย และ สูดลมหายใจไปในเมืองของพวกเขา มันทำให้ฉุกใจคิดใคร่ครวญ ขณะเดินเที่ยวไปอย่างไร้จุดหมายบนทางปูหิน ฉันนึกถึงผู้คนที่เขาเคยเดินย่ำบนถนนนี้มาก่อน  ล้อเกวียนที่เคยลากผ่าน นานย้อนไปกระทั่งก่อนเขาปูหินให้เราเดิน ชนเขาเหล่านั้นมีชีวิตสัมพันธ์ต่อเนื่องกับฉัน เราทั้งหมดต่างเป็นหมุดของเมือง ไม่จุดใดก็จุดหนึ่ง เป็นชิ้นส่วนที่มีชีวิตของโครงสร้างอันยิ่งใหญ่ตระการ ทุกกษัตริย์และนักปราชญ์ ทุกนักเขียนบทละครและทุกกวี ทุกนักการเมืองและผู้ต่อต้าน ทุกพ่อค้า นักศึกษา และ นักแสดง ที่เคยได้ย่ำเท้าเข้าเขตเมืองนี้ ล้วนโอบอุ้มกอดกำก้อนจิตวิญญานของเมืองไว้ ทุกผู้เขาเหล่านั้นเดินไปตามจังหวะเต้นของหัวใจเมือง ฉันนิ่งฟังเสียงท้องถนนยามค่ำคืน โลหิตสูบฉีดแรงทั่วร่างกายฉัน รู้สึกตัวตนลอยไหลไปในกระแสเลือด เราทั้งหมดผู้เดินทางไปกับเส้นสายเลี้ยงกายา ย่ำเท้าลงกับธารถ้อยคำ การกระทำและชีวิตจิตใจ ของผู้ที่ย่ำเท้ามาก่อนเรา เมืองครอบครองร่างของผู้คน ผู้คนครอบครองร่างของเมือง.

 

The thick clouds cover up the moonlight, but the city’s lights provide worthwhile illumination – above them all, the beacon burns bright atop the monolithic podium, signalling to wayfaring voyages the ancient Viking settlement.  Now, where Norsemen once stood, I look back, along the quays, streets and alleys, to where the inhabitants live their lives: eating, speaking, and breathing their city into existence.  It gives me cause to wonder, as I stroll aimlessly along the cobbled paths, about those who have traversed them before me, by carriage or before there were even cobbles to walk upon.  I feel their lives and mine are somehow connected, that we all were at one point a part of this city, living pieces of its grand, striking framework.   Every High King and scholar, every playwright and poet, every politician and every rebel, every merchant, student, and busker who ever set foot in the city holds or held onto a chunk of this city’s soul; every one of them stepped to the city’s heartbeat.  I listen to the streets at night and I can feel the city’s lifeblood pumping through me; I can feel myself flowing through it.  All of us who travel those arteries step on the words, actions, and lives of those who travelled them before us. The city embodies the people, and the people embody the city.

 

ดับลิน  เมืองวรรณกรรมแห่งยูเนสโก มีกิจกรรมส่งเสริมการอ่านการเขียนคึกคัก น่าเอาเยี่ยงอย่าง อยากตีตั๋วไปไอร์แลนด์ตะหงิดๆ หากสะดวกก็เชิญเลยค่ะ ไปจิบเบียร์กินเนสส์ชิลล์ๆในไอริชผับ ได้ที่แล้วก็หาซื้อสแตมป์ดวงพิเศษนี้มาปะบนโปสการ์ด หรือซองจดหมาย เขียนลำนำส่งให้เธอผู้เป็นที่รัก... หากไม่มีที่รัก หรือทำใจส่งให้คนอื่นไม่ได้ ก็ส่งให้ตัวเองดิ คนเขาทำกันมาแล้ว ส่งความสุขด้วยจดหมาย และ โปสการ์ด แต่... จดหมายอากาศ หรือ แอร์เล็ตเตอร์/แอโรแกรมนี่ หลายๆประเทศเขาเลิกผลิตไปแล้ว กลายเป็นสิ่งสูญพันธ์อีกชนิดหนึ่ง ของเก่าหลายชนิดอยู่ไม่ไหวก็ต้องตายจากเป็นธรรมดา แต่บางอย่างไม่ต้องเลิกของเก่า ก็ต้อนรับของใหม่ได้ ประสมประเสกันไป เจริญงอกงามค่ะ

 

อ้างอิง

Ireland's New Stamp Features a 224 Word Short Story. June 3, 2013. PRI’s the World. http://www.theworld.org

Dublin -UNESCO City of World Literature. 17/05/2013 http://www.anpost.ie

Fighting Words | Creative Writing Dublin. http://www.fightingwords.ie

และอื่นๆ

 

 

Home Page : Magazine : Pocket Book : Promotion : Webboard : Contact Us : Customer Service
Copyright © 2010 Tuay Toom & P.Vatin Publication Company Limited.